วันพฤหัสบดีที่ 19 เมษายน พ.ศ. 2555

เหล็กไหลกับวัตถุมงคลของไทย1

เหล็กไหลกับวัตถุมงคลของไทย
เมล็ดพระธาตุเหล็กไหล
เนื่องจากเหล็กไหลในธรรมชาติเป็นของกายสิทธิ์ที่หาได้ยากและมีจำนวนน้อย จึงไม่เพียงพอกับความต้องการของผู้ที่แสวงหา และต้องการมีเหล็กไหลไว้เพื่อใช้คุ้มครองตัวอีกทั้งเหล็กไหลก็เป็นของที่คู่ควรกับผู้ที่มีบุญวาสนาเกี่ยวเนื่องกันเท่านั้น เป็นเหตุให้ครูบาอาจารย์คิดสร้างพระเครื่องหรือเครื่องรางต่างๆ ขึ้นมาเพื่อ ทดแทนของจริงตามธรรมชาติที่หาได้ยาก มีน้อยชิ้น และเป็นของ เฉพาะตัวเท่านั้น แต่ในการสร้างวัตถุมงคลก็ยังจำเป็นต้องพึ่งพา พลังจากธรรมชาติส่วนหนึ่ง ดังนั้นครูบาอาจารยํจึงต้องแสวงหาแร่ ตามธรรมชาติที่มีความใกล้เคียงกับเหล็กไหล เช่น เหล็กไหลลำดับชั้นรอง ๆลงไปอย่างแร่เม็ดมะขาม เป็นต้นหรือแม้แต่ขี้และโคตรเหล็กไหลก็ยังสามารถนำมาใช้ได้เพราะถือเป็นของตามธรรมชาติที่เป็นสื่อและเป็นเชื้อของพลังงานจากเหล็กไหลธาตุกายสิทธิ์

ตามกรรมวิธีการสร้างเครื่องรางของขลังแต่โบราณนั้นครูบาอาจารย์มักต้องหามวลสารที่มาจากธรรมชาติอันมีฤทธิ์ในตัวเช่น ผงว่านยา108 ผงเกสรดอกไม้ ผงพระธาตุ รวมไปถึงผงเหล็กไหลด้วย ทั้งนี้เนื่องจากอำนาจตามธรรมชาตินั้นถือเป็นอำนาจที่ยิ่งใหญ่ แม้ว่าเรา จะทำการปลุกเสกนานนับร้อยนับพันปีก็ยากที่จะทัดเทียมกับอำนาจของธรรมชาติที่มีมาแต่เดิม ดังนั้นครูบาอาจารย์ที่ท่านเป็นผู้รู้และเป็น ผู้ที่คลุกคลีกับธรรมชาติจึงมักหามวลสารที่เกิดขึ้นเองตามธรรมชาติ มาใช้เป็นชนวนมวลสารในการสร้างพระเครื่องหรือเครื่องรางใด ๆ เพื่อแจกจ่ายแก่ศิษยานุศิษย์ เพราะว่ามวลสารจากธรรมชาติเหล่านี้ มีคุณสมบัติดีในตัวหลายอย่าง เช่น สามารถซึมซับพลังจิตของผู้ ที่ปลุกเสกได้เป็นอย่างดีอีกทั้งยังเป็นแหล่งสะสมพลังงานและสามารถแผ่พลังงานออกไปได้อย่างยอดเยี่ยม หนึ่งในมวลสารตามธรรมชาติที่ครูบาอาจารย์นิยมแสวงหามา ทำเครื่องรางของขลังอย่างพระเครื่องคือ"เหล็กไหล"โดยจะนำเอาส่วน ที่เป็นโคตรเหล็กไหล ขี้เหล็กไหล และขุยดินเหล็กไหลจากหน้าปากถ้ำ หรือโดยการสกัดเอาหินที่มีเหล็กไหลฝังตัวอยู่มาเป็นส่วนผสมในการ ทำเครื่องราง ทั้งนี้เนื่องจากตัวของเหล็กไหลมีรังสีที่มีอานุภาพ

ดังนั้นทุกครั้งที่เหล็กไหลผ่านเข้าออกรังพลานุภาพของรังสีจากองค์เหล็กไหลที่แผ่พลังงานออกจากตัวเองจึงส่งผลให้หินหรือดินที่ อยู่ในบริเวณนั้นได้รับกระแสพลังงานและมีการสะสมพลังงานนั้น ไว้ในตัว นานวันไปหินที่เหล็กไหลเกาะตัวอยู่จึงเกิดการเปลี่ยนแปลงร่าง และมีสีสันของเนื้อหินที่แตกต่างไปจากเดิม

นอกจากนี้ยังมีเหล็กไหลหรือหินไหลตามธรรมชาติอีกหลาย ชนํดที่สามารถหาได้จากตามถ้ำและตามลำธารในป่าลึกโดยของเหล่านี้ ล้วนเป็นของกายสิทธิ์ตามธรรมชาติทั้งสิ้น เมื่อนำมาใช้เป็นส่วนผสม ของมวลสารในการสร้างเครื่องรางหรือพระเครื่องย่อมบังเกิดอานุภาพมากขึ้นเป็นพิเศษหลายเท่าตัว และมีพลังงานที่ล้ำลึกกว่าพระเครื่องหรือ เครื่องรางโดยทั่วไปที่ไม่ได้มีส่วนผสมของธาตุกายสิทธิ์เหล็กไหล

ตัวอย่างของพระเครื่องที่มีเหล็กไหลเป็นมวลสารผสมอยู่นั้น มีให้เห็นอยู่อย่างมากมาย ตั้งแต่พระเครื่องที่มีอายุไม่ต่ำกว่า 1,200 ปีอย่างพระรอดลำพูน ซึ่งสามารถลังเกตได้จากองค์พระที่แตกหัก ออกมาว่าในเนื้อขององค์พระนั้นมีแร่บางอย่างที่มีลักษณะสีดำ อมแดงฝังอยู่ในเนื้อ และจากการศึกษาค้นคว้าของท่านอาจารย์ อรรคเดชซึ่งเป็นผู้เชี่ยวชาญทางด้านพระสกุลลำพูนพบว่าแร่ที่นำมา ฝังในพระรอดลำพูนนั้นเราเรียกว่า"แร่ดอกมะขาม"หรือ"แร่เม็ดมะขาม"ซึ่งคนทางเหนือถือว่าเป็นเหล็กไหลชนิดหนึ่งที่สามารถพบได้ที่ดอยหินเหล็กไหลไฟ จังหวัดลำพูน แร่ชนิดนื้ถือว่ามีพลานุภาพทางด้านอยู่ยงคงกระพันเป็นหลัก

อ่านต่อ เหล็กไหลกับวัตถุมงคลของไทย ตอนที่2

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น

แสดงความคิดเห็น