แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ เหล็กไหลน้ำหนึ่ง แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ เหล็กไหลน้ำหนึ่ง แสดงบทความทั้งหมด

วันอังคารที่ 17 เมษายน พ.ศ. 2555

แร่เหล็กไหลเพลิง

เหล็กไหลเพลิง 

เหล็กไหลเพลิง
เหล็กไหลเพลิง


เหล็กไหลเพลิงเป็นเหล็กไหลที่มีอานุภาพใกล้เคียงกับ เหล็กไหลโกฏิปีเช่นกัน แต่มีรูปพรรณสัณฐานเป็นสีแดงเพลิง เนื่องจาก เหล็กไหลเพลิงถือว่าเป็นเหล็กไหลที่มีเตโชธาตุในตัวมากที่สุด ในบรรดาเหล็กไหลชนิดอื่น ๆ โดยทั่วไป และหาก เป็นเหล็กไหลเพลิง ชั้นสุดยอดจะมีสีแดงคล้ายสีเลือด เนื้อใสคล้ายเนื้อแก้ว ส่วนเหล็กไหล เพลิงชั้นรองๆ ลงไปเนื้อจะมีสีแดงแบบอิฐมอญ ส่วนผิวจะคล้ายโลหะ

เหล็กไหลเพลิงมีอิทธิพลานุภาพแปลกไปกว่าเหล็กไหลเจ้าป่า คือเหล็กไหลเพลิงมีความสามารถในการสร้างมายาภาพเพื่อป้องกัน ตัวเอง ตามตำราได้กล่าวไว้ว่าเหล็กไหลเพลิงจะแสดงมายาให้แก่ผู้ ที่พกพาในยามเมื่อถูกศัตรูทำร้าย เช่นว่าทำให้ศัตรูเห็นว่ามีเลือดออก หรือมีเลือดสาดตามร่างกายอย่างน่ากลัว จนศัตรูเข้าใจว่าตายไปแล้ว เพื่อที่ศัตรูจะได้ไม่หวนกลับมาทำร้ายอีก แต่เหล็กไหลเพลิงเป็นเหล็ก ไหลที่ไม่ได้รับความนิยมในการนำมาฝังลงในร่างกาย เนื่องจากว่ามายา ของเหล็กไหลเพลิงยังทำให้มองเห็นว่าผู้ที่พกพาดูไม่มีเงาหัวบ้าง








ดูเหมือนเดินไม่ติดดินบ้าง หรือบางครั้งดูเหมือนล่องหนหายตัวได้ ซึ่งอาจเป็นเหตุให้ผู้อื่นเข้าใจว่าผู้นั้นเป็นภูตผีปีศาจ ผู้ที่จะฝังเหล็กไหลเพลิงลงในร่างกายจึงมักเป็นฤาษีชีไพรที่ไม่คิดยุ่งเรื่องทางโลกแล้วเท่านัน

อำนาจของเหล็กไหลเพลิงที่โดดเด่นอีกประการหนึ่งคือ สามารถปรับอุณหภูมิของอากาศรอบตัวให้พอเหมาะพอดีกับผู้ที่พกพา ป้องกันไข้ป่า กันการกระทำยํ่ายีด้วยคุณไสยมนต์ดำได้ และดูเป็นสง่า ราศีแก่ผู้พบเห็น เหล็กไหลเพลิงชอบเสพน้ำผึ้ง และมีอิทธิฤทธิ์มายา หลายหลาก ถึงขั้นที่มีคำกล่าวว่าหากเอาค้อนทุบเหล็กไหลเพลิง จนละเอียดแล้วเอาผ้าห่อไว้ รุ่งเช้าเหล็กไหลเพลิงจะสามารถรวม ตัวกันเป็นก้อนขึ้นมาใหม่ตามเดิมได้ จึงเรียกเหล็กไหลเพลิงอีก อย่างหนึ่งว่า "เหล็กประสานกาย"

แร่เหล็กไหลเจ้าป่า

เหล็กไหลเจ้าป่า
เหล็กไหลเจ้าป่า


เหล็กไหลเจ้าป่า เหล็กไหลเจ้าป่าเป็นเหล็กไหลที่มีอิทธิฤทธิ์ใกล้เคียงกับ เหล็กไหลโกฏิปี โดยทั่วไปจะพบเหล็กไหลเจ้าป่าในป่าลึกตามถ้ำที่มี ธารน้ำลอดตลอดสาย และเป็นถ้ำที่มีความเย็นมาก ๆ เหล็กไหล เจ้าป่าจะฝังตัวอยู่ในหินตามถ้ำ มีลักษณะเป็นดอกบัวตูมที่มีรูปพรรณ สัณฐาน'ทั่ว1ไปเป็นสีดำสนิทเหมือนกับนิลหรือยางตังเมที่ข้นจัด

ในการตัดเหล็กไหลเจ้าป่าหากเป็นเหล็กไหลเจ้าป่าชั้นยอดจะมี ลักษณะเฉพาะของการไหลตัวที่คล้ายกับเหล็กไหลโกฏิปี คือมีการยืดตัว คล้ายใยบัวเช่นกัน แต่หากเป็นเหล็กไหลเจ้าป่าชั้นรองลงมา เมื่อ เหล็กไหลเจ้าป่ายืดตัวการยืดตัวของเหล็กไหลเจ้าป่าจะมีลักษณะคล้าย ตังเมข้นๆไหลตัวออกมาจากซอกหิน

หลังจากที่ใช้เทียนอาคมลนแล้วปล่อยให้เหล็กไหลเจ้าป่า หยดตัวลงมาในบาตรบรรจุนํ้าผึ้งที่เตรียมไว้สำหรับรองรับก็จะได้ เหล็กไหลที่มีลักษณะเป็นเม็ดกลม ๆ สีดำสนิท ซึ่งนิยมเรียกเหล็กไหล ชนิดนี้ว่า "พญาสมิงเหล็ก" และเหล็กไหลชนิดนี้มักมีญาณของเจ้าปา เจ้าเขาดูแลรักษาอยู่จึงมีชื่อเรียกอีกอย่างหนึ่งว่า"เหล็กไหลเจ้าป่า"





ในการตัดเหล็กไหลเจ้าป่าต้องระวังอย่าให้องค์เหล็กไหลตกลงบนพื้นดินอย่างเด็ดขาด เพราะเหล็กไหลจะหายไปทันทีเนื่องจากถูกพวกกายทิพย์นิกายต่างๆ เช่น คนธรรพ์ ยักษ์พญานาคแย่งชิงเอา เหล็กไหลไปเหล็กไหลเจ้าป่ามีอิทธิฤทธิ์เทียบเท่าผู้ที่มีอภิญญา 5 เช่นกัน เข้าข่ายของกายสิทธิ์เเต่พลังอำนาจจะไม่สูงส่งเท่าเหล็กไหลโกฏิปีกล่าวคือ เหล็กไหลโกฏิปีจะมีความเข้มข้นสูงกว่า แต่ก็สามารถเทียบเคียงกันได้ เพราะในบรรดาสายพันธุ์เหล็กไหลนั้น เหล็กไหลเจ้าป่านับว่าเป็น สายพันธุ์ที่ใกล้เคียงกับเหล็กไหลโกฏิปีมากที่สุด ในบรรดาสายพันธุ์ เหล็กไหลจึงจัดเหล็กไหลโกฏิปีเป็นอันดับหนึ่ง และรองลงมาก็คือ เหล็กไหลเจ้าป่านั่นเอง

อิทธิฤทธิ์ของเหล็กไหลเจ้าป่าจึงคล้ายคลึงกับเหล็กไหลโกฏิปี คือ สามารถกินดินปืน กินฟอสฟอรัส ระงับพิษร้อนจากไฟและน้ำกรด ทั้งปวงได้ ทำให้ใม้ขีดจุดไฟไม่ติดทั้ง ๆ ที่หัวไม้ขีดยังแห้ง ๆ ไม่ได้ชื้นแต่อย่างใด อีกทั้งตัวของเหล็กไหลเจ้าป่าเองยังสามารถล่องหนหายตัว จากไปได้ จึงนับได้ว่าเหล็กไหลเจ้าป่าเป็นอีกหนึ่งของศักดื้สิทธิ์ตาม ธรรมชาติที่เป็นรองแค่เหล็กไหลโกฏิปีเท่านั้น

แร่เหล็กไหลโกฏิปี

แร่เหล็กไหลโกฏิปี


เหล็กไหลโกฏิปีถือว่าเป็นเหล็กไหลที่หาได้ยากที่สุดและทรงอิทธิฤทธิ์มากที่สุด ซึ่งนอกจากจะเป็นเหล็กไหลที่ตัดเอามาได้ยากแล้ว ยังเก็บรักษาได้ยากที่สุดในบรรดาเหล็กไหลทั้งปวง เหล็กไหลโกฏิปีจะฝังตัวอยู่ในฝักหินตามหน้าเพดานถ้ำ มีลักษณะเป็นดอกบัวตูมมีผิวพรรณวรรณะสีเขียวเข้มอมดำ เมื่อต้องแสงไฟจะเลื่อมพรายประกายรุ้งดูคล้ายว่าสามารถเปลี่ยนสีในตัวเองไปได้เรื่อยๆ อย่างน่า อัศจรรย์ จากสีเขียวเข้มสามารถกลายเป็นสีน้ำเงินเข้มหรือทอสีออกเป็นเขียวอมเหลืองทอง หรือสีแสดแดงอม เหลือง เหลือบ เขียว เช่นเดียว กับสีของปีกแมลงทับ ครูบาอาจารย์ท่านจึงเรืยกเหล็กไหลชนิดนี้ว่าเหล็กไหลปีกแมลงทับตามลักษณะสีของเหล็กไหลที่เหมือนกันกับสีของปีกแมลงทับนั่นเอง

เหล็กไหลปีกแมลงทับ
เหล็กไหลปีกแมลงทับ

เหล็กไหลปีกแมลงทับเป็นเหล็กไหลที่มีอิทธิฤทธิ์สมบูรณ์พร้อม ถือเป็นสุดยอดของตำนานเหล็กไหลธาตุกายสิทธิ์อันทรงฤทธิ์ สามารถล่องหนหายตัวจากไปได้สามารถทะลุทะลวงวัตถุธาตุทุกชนิด สามารถเสด็จขึ้นไปบนนภากาศได้ สามารถดับพิษไฟ กินฟอสฟอรัส และดินปีนให้เสื่อมอานุภาพโดยไม่ทำให้เกิดความชื้นแต่อย่างใด เป็นมหาอุดคงกระพัน กันเขี้ยวงา ภูตผีปีศาจทุกชนิด กินพลังงานไฟฟ้าได้ ผู้ที่พกเหล็กไหลโกฏิปีหรือมีเหล็กไหลชนิดนี้เท่ากับว่ามีมหาโยคี รักษาอยู่กับตัว เพราะเหล็กไหลชนิดนี้เทียบได้กับผู้ที่มีอิทธิวิธีอภิญญา 5 นั่นเอง การตัดเหล็กไหลโกฏิปีนั้นทำได้ยากมาก ยามที่เหล็กไหลโกฏิปี ไหลออกมานั้นจะมีลักษณะเฉพาะคือตัวเหล็กไหลที่ยืดออกมานั้นจะมี ลักษณะบางเรียวเล็กคล้ายใยบัวมีความแววเป็นประกาย แต่กลับไม่ สามารถตัดให้ขาดได้ด้วยของมีคมตามธรรมดาทั่วไป ต้องใช้ของ อาถรรพณ์เท่านั้นและหากไม่สามารถตัดได้สำเร็จแล้วผู้ตัดก็อาจจะถูก เส้นใยของเหล็กไหลโกฏิปีตัดร่างกายให้ขาดออก การตัดเหล็กไหล ชนิดนี้จึงนับว่าเป็นการเสี่ยงอันตรายมากที่สุด